ใช้จ่ายทรัพย์อย่างฉลาด

ชื่อว่า ทรัพย์ ใครก็อยากได้ ใครก็ปรารถนา เพราะทรัพย์นั้นจะกล่าวไปก็คล้ายกับแก้ว สารพัดนึก  สามารถจะดลบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเจ้าของได้  คนมีทรัพย์จะได้รับการยกย่องเชิดชู
คนมีทรัพย์ ใครๆ ก็นับเป็นญาติ  ไปไหนมาไหนทุกคนก็เกรงใจให้เกียรติ  ทุกคนจึงแสวงหาแต่ทรัพย์กัน วันๆ หนึ่งคนเราจะสาละวนยุ่งอยู่กับหน้าที่การงาน ก็เพื่อทรัพย์ทั้งนั้น คนไม่ขยันก็ไม่สามารถจะหาทรัพย์ได้
คนเช่นไรได้ชื่อว่าเป็นคนขยัน คนขยันมีลักษณะ คือ จะก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่เกี่ยงว่า อากาศมันหนาวเกินไป อากาศมันร้อนเกินไป ทำงานได้ทั้งนั้นไม่ว่าจะอยู่ในสภาพดินฟ้าอากาศอย่างไร ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
คนขยันเท่านั้นจึงจะหาทรัพย์ได้ คนขี้เกียจไม่ต้องพูดถึง  ความสำคัญของการที่ได้ทรัพย์มาแล้วจะทำอย่างไร  จึงจะรักษาทรัพย์นั้นไว้ได้  ถ้าหากหามาได้แล้วเก็บไว้ไม่อยู่มันก็ไม่มีประโยชน์
ประโยชน์ของการมีทรัพย์อยู่ที่การรู้จักรักษาทรัพย์ที่หามาได้นั้นไว้ให้ได้  พระพุทธเจ้าได้แนะวิธีรักษาทรัพย์ที่หามาได้ว่า  “ผู้ขยันในหน้าที่การงาน ไม่ประมาท เข้าใจจัดการเลี้ยงชีวิตพอสมควร จึงรักษาทรัพย์ที่หามาได้”
ทำอย่างไรจึงได้ชื่อว่า ประมาทในทรัพย์  คนบางคนแสวงหาทรัพย์มาได้โดยง่าย  เมื่อได้มาแล้วก็ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักเก็บหอมรอมริบเอาไว้ใช้ในยามคับขันจำเป็น ด้วยคิดว่า  เงินทองจะเอาเท่าไรก็ได้  บางรายใช้จ่ายเกินตัว  อย่างนี้จะมีเงินที่ไหนไปเก็บ  การที่จะรักษาทรัพย์ไว้ได้อยู่ที่การรู้จักประหยัด โดยนิสัยเราเป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปตามกระแส ไม่ค่อยรู้จักประหยัด อะไรใหม่ๆ ก็พากันนิยมชมชอบ แม้ราคาจะแพง ก็พยายามแข่งกันมีให้ได้
เข้าใจจัดการเลี้ยงชีวิตพอสมควร หมายความว่า ให้จับจ่ายใช้สอยเลี้ยงชีวิตให้พอเหมาะพอควรแก่ทรัพย์ที่หามาได้ ไม่ให้ฝืดเคืองจนเกินไป และก็ไม่ให้ฟุ่มเฟือยจนเกินไป บางคนทำมาหาได้  แทนที่จะนำทรัพย์นั้นมาใช้จ่ายให้มีความสุขบ้าง ก็เก็บไว้หมด แต่ตัวเองกลับอดอยาก อย่างนี้ก็ไม่ถูก หรือฟุ่มเฟือยเกินไป พอทำมาหาได้ก็กินแต่อาหารดีๆ แพงๆ ไม่พอเหมาะพอควร ต้องควบคุมให้อยู่ในความพอเหมาะพอควรแก่ทรัพย์ที่หามาได้
การที่จะใช้จ่ายทรัพย์ที่หามาได้นั้น  จะใช้จ่ายอย่างไรจึงจะถูกต้อง  จึงจะดี  ก็ต้องใช้จ่ายในสิ่งที่เป็นประโยชน์  ประโยชน์ที่เกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ที่มีอยู่  ท่านกล่าวไว้  5  อย่าง  คือ
  1. ใช้เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงพ่อแม่ เลี้ยงบุตรภรรยาให้เป็นสุข
  2. ใช้เลี้ยงเพื่อนให้เป็นสุข
  3. ใช้บำบัดอันตรายที่เกิดจากเหตุต่างๆ
  4. ใช้สงเคราะห์ญาติ ต้อนรับแขก ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย ทำบุญอุทิศให้เทวดาเสียภาษีอากร
  5. บริจาคทานแก่สมณะผู้ประพฤติชอบ
เมื่อทุกคนนำเอาหลักธรรมดังกล่าวนี้ไปปฏิบัติแล้วก็จะทำให้ครอบครัว มีหลักฐานมั่นคง  อยู่กันอย่างมีความสุข  เมื่อครอบครัวมั่นคงเป็นสุขแล้ว  ประเทศชาติก็จะมีหลักฐานมั่นคงไปด้วย

 

 

พระเทพคุณาภรณ์  (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙)

เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร

รองเจ้าคณะภาค ๑๔