อานิสงส์การรักษาศีล

คำว่า  “ศีล” คือ การสำรวมระวังกาย และวาจา ให้เรียบร้อยดี ไม่มีโทษ กล่าวคือ เจตนางดเว้นจากความประพฤติปฏิบัติที่เป็นการเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นให้เดือดร้อนเสียหาย
ศีล นั้นคู่กับ ธรรม ศีลเป็นข้อห้าม ส่วนธรรมเป็นข้อปฏิบัติ ดังเช่น
เบญจศีล คือ ศีล 5 เป็นข้อห้ามประพฤติปฏิบัติอันเป็นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น 5 ข้อ สำหรับฆราวาสผู้ครองเรือน ได้แก่
  1. ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
  2. ห้ามลักฉ้อหรือคดโกง
  3. ห้ามประพฤติผิดในกาม
  4. ห้ามพูดปด
  5. ห้ามเสพสุราและสิ่งเสพติดมึนเมาให้โทษเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
เบญจกัลยาณธรรม คือ ข้อปฏิบัติอันเป็นคุณธรรมของคนดี 5 ข้อ ตรงกันข้ามกับความประพฤติผิดศีล ได้แก่
  1. ความเป็นผู้มีเมตตากรุณาธรรมต่อผู้อื่น ไม่คิดประหัตถ์ประหารกัน
  2. การให้ทานและการประกอบสัมมาอาชีวะ
  3. ความมีสันโดษในคู่ครองของตน
  4. การกล่าวแต่วาจาที่จริง
  5. การมีสติสัมปชัญญะ รู้ผิดชอบชั่วดี รู้บาป-บุญ คุณ-โทษ รู้ทางเจริญ-ทางเสื่อม แห่งชีวิตตามที่เป็นจริง
อานิสงส์ของการรักษาศีล คือ ความสำรวมระวังกาย และวาจาให้เรียบร้อยดี ไม่มีโทษ พระพุทธเจ้าได้ตรัสอานิสงส์ของศีล มีเป็นต้นว่า
  1. ผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเจริญด้วยโภคทรัพย์ มีความไม่ประมาทเป็นเหตุ
  2. กิตติศัพท์อันงามของผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมฟุ้งขจรไป
  3. ผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยศีล จะเข้าสู่บริษัทหรือสมาคมใดๆ ก็ตาม ย่อมเป็นผู้องอาจ ไม่เคอะเขินเข้าไป
  1. ผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นผู้ไม่หลงทำกาลกิริยา คือไม่หลงตาย
  2. ผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ส่วนผู้ประพฤติผิดศีล ย่อมได้รับผลตรงกันข้าม กล่าวคือ ชีวิตย่อมหาความเจริญและสันติสุขแท้จริงมิได้ ย่อมนับวันแต่จะถึงความเสื่อมแห่งชีวิต และย่อมได้ประสบแต่ความทุกข์เดือดร้อนเพราะผลแต่อกุศลกรรมที่ตนประพฤติผิดศีล ผิดธรรมนั้น มากน้อยตามความหนักเบาแห่งบาปอกุศลที่ตนกระทำผิดศีล
เพราะเหตุนั้น บัณฑิตผู้รู้ ผู้มีสติปัญญาอันเห็นชอบ จึงเป็นผู้มีศีล และรักษาศีลให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ ย่อมเจริญด้วยโภคทรัพย์ กิตติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งขจรไป จะเข้าสู่บริษัทหรือสมาคมใดๆ ย่อมเป็นผู้องอาจ  เป็นผู้ไม่หลงทำกาลกิริยา คือ ไม่หลงตาย ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ได้

 

 

พระเทพคุณาภรณ์  (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙)

เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร

รองเจ้าคณะภาค ๑๔